สาระควรรู้

 
สาระควรรู้
 
เป็นข้อมูลสำหรับเจ้าภาพที่กำลังจะจัดงานมงคล  อ่านแล้วมีประโยชน์ก็นำไปใช้ ลดความเครียด ความกังวลได้บ้าง ที่ผ่านๆ มา ดิฉันเองก็อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของ 2 ครอบครัว เป็นกรรมการในวันนัดคุยงานบ่อย ๆ  กว่าจะลงตัว กว่าจะเข้าใจกัน  ลองดูนะคะ ส่วนใหญ่ปัญหาความขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน มีอะไรบ้างลองอ่านดูนะคะ
 
 
ฤกษ์  หรือ  เลิก
 
งานมงคลเจ่้าภาพต้องไปดูฤกษ์มาก่อน  90% ส่วนอีก 10% เป็นฤกษ์สะดวก  การดูฤกษ์นั้นเป็นการดูว่าวันไหนวันดี จัดไป เป็นการแจ้งถึงกำหนดการของวันงานให้เหมาะสมและลงตัวเท่านั้น เลขผานาทีเป็นแค่ตัวเลขซึ่งไม่ว่าคนไทยหรือจีน มักจะอุปโลกให้มีความหมายตามคำพ้องเสียงเท่านั้น  เช่น เก้า (9) พ้องเสียงคือก้าว  ก้าวหน้า   สี่ (4) พ้องเสียงคำว่า ซี๊สี่ แปลว่ามีใช้ไม่รู้จักหมด  ปาด หรือ โป้ย (8) คือเลขมงคล  มั่งมี

 

ประเภทแรก   คนจีนนิยมไปดูฤกษ์กับซินแสค่ะ  ซินแสบางท่านให้ฤกษ์มาตรฐานจัดงานไม่ยุ่งยากเจ้าภาพไม่เครียด  ซินแสบางท่านให้ฤกษ์มาแบบตั้งตัวไม่ติด fix เวลาเป้ะทุกขั้นตอนห้ามโน่นนี่นั่น เยอะจนจัดงานไม่ได้  สังคมคนจีนส่วนใหญ่ยึดติดกับคำทำนายของซินแสมากเกินไปจน "งมงาย"โดยไม่แยกแยะ ไม่มีเหตุผล ทำนายดีก็ดีไป  ถ้าคำทำนายมีแต่อุปสรรคก็ เลิกกันไปหลายคู่ละ การดูฤกษ์หากดูซินแสคนแรกแล้วดูเวลาค่อนข้างรีบเร่งเกินไป หรือรู้สึกว่าอึดอึดใจ  ลองไปดูซินแสท่านอื่นดู นำมาเปรียบเทียบเลือกเอาที่เราจัดงานราบรื่นไม่มีอุปสรรค ซินแสเขาก็ว่าตามตำรา  ท่านไม่ได้อยู่หน้างาน มองไม่เป็นเหตุการณ์หน้างานว่ามันเป็นไปแบบไหน  ไม่ได้มาคอยแก้ปัญหากับเรา  "เลือกฤกษ์ที่เราสบายใจนะคะ"

 

มีตัวอย่างเล่าให้ฟัง   ไม่ได้หลบหลู่การดูดวง โปรดใช้วิจารณญาณค่ะ

* ปีนี้ไม่มีฤกษ์แต่ง  ให้รอไปอีก 4 ปี ค่อยมาดูฤกษ์ใหม่   สรุปรอไม่ไหวเลิกกันไป ต่างฝ่ายต่างไปแต่งงานมีครอบครัว 

* รักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม กว่าจะพร้อม 10 กว่าปี มีฐานะการงานมั่นคง พร้อมแต่งงาน พ่อแม่เอาดวงไปดูกับซินแส  " แต่งไม่ได้ ปีนี้สะใภ้ดวงชง" (มันเกี่ยวกันตรงไหน) 10 กว่าปีสูญเปล่า พ่อแม่ไม่ให้แต่ง ก็ต้องจำยอมเลิกกันไปดีกว่า

* บางคู่ได้ฤกษ์วันแต่งมาเรียบร้อยละ แต่มีข้อแม้ ในวันงานห้ามพ่อแม่มาร่วมงาน ดวงชงกะพ่อแม่  งานมงคลพ่อแม่ก็เฝ้ารอวันที่ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา  วันงานพ่อแม่ไม่มาลูกจะรู้สึกอย่างไร  เออ  คิดได้ไง ห้ามเพื่อ??  ใครเชื่อก็เชื่อไป ลองคิดดูถ้าพ่อแม่ปีชงกับลูก แต่ทำไมท่านก็เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ได้ล่ะ  ไม่เกี่ยวกับปีชง  งานมงคลต้องเน้น "ความกตัญญู" ถึงจะถูก

* เรื่องเวลายึดเป้ะๆ ตามซินแสบอกไว้  ต้องเริ่มขบวนฯ  05.00 น. สวมแหวน 09.00 น. จัดงานที่โรงแรม แห่ขันหมากมาวางไว้เสร็จแยกย้ายไปนอนต่ออีก 3 ชม. ค่อยตื่นมาหมั้น ...ปรากฎว่ามีแต่พ่อแม่และคู่บ่าวสาว ญาติๆ กลับหมด  ใครจะรอ...งานหมั้นที่เงียบเหงาสุดๆ

* อีกเรื่อง..เจ้าภาพย้ำแล้วย้ำอีกซินแสสั่งไว้ในวันงานห้ามเลยฤกษ์เด็ดขาดไม่งั้นจะอยู่กันไม่ยืด  ฤกษ์ขันหมาก 06.09 น. สวมแหวน 07.09 น.  ดิฉันและทีมงาน stand by ตั้งแต่ 05.00 น. รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ กว่าเจ้าภาพจะพร้อม เจ้าสาวจะแต่งตัวเสร็จ 07.30 น. ค่ะ..เจ้าภาพบอกไม่เป็นไร  ไม่ยึดฤกษ์แล้วนะคะ  เอาที่สบายใจ..ดิฉันไม่เคร่งแล้วค่ะ  น่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก 555   

* บางงานถือเคล็ดตามซินแส  "เวลาขันหมากมาให้พ่อแม่หลบ" พอถึงเวลาญาติผู้หวังดีพาพ่อแม่ฝ่าย ญ หลบไปโดยไม่มีใครรู้ แถมยังให้ปิดเครื่องไม่ให้รับสาย กลัวจะโดนตาม หาจนทั่วโรงแรม ผ่านไป 30 นาที เจ้าหน้าที่ไปพบหลบมุมอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม แถมยังไล่เจ้าหน้าที่อีกด้วยความกลัวเพราะซินแสสั่งไว้ให้หลบไม่ได้บอกว่าให้เข้าห้องตอนไหน    สรุปไม่ได้สวมแหวนตามฤกษ์  ทำให้ครอบครัว ฝ่าย ช. ไม่ปลื้มจนจบงาน.....  เจองานแบบนี้ประสาทเสียกันถ้วนหน้า                                                                                                                    

 

ประเภทที่ 2    คนไทยกับการดูฤกษ์ยามกับหมอดู ก็ค่อนข้างจัดงานง่าย จัดสรรเวลาลงตัวไม่วุ่นวาย  หากดูกับโหร หรือ พระเกจิอาจารย์มักจะมีความขลังเพิ่มมา เช่น ฤกษ์ราชา ฤกษ์ดาวโจร ฤกษ์ราหู ฯลฯ  คำนวณเวลาโดยไม่คำนึงถึงการจัดลำดับงาน งานพิธีไทยจะถือเคล็ดกันมากมายไม่น้อยกว่าพิธีจีนโดยเฉพาะงาน ตจว. มีตัวอย่างให้อ่านค่ะ

* พิธีสงฆ์ให้จุดธูปเทียนตอนเวลา 06.49 น. อ้าวแล้วถ้าพระยังไม่มาล่ะจะทำยังไง บางงานเจ้าภาพกลัวไม่ทันฤกษ์นำพระวิ่งจีวรปลิวก็มี 

* สวมแหวนหมั้นให้หันไปทางทิศหรดี (ทิศไหนหว่า)  ต้องใช้เข็มทิศวัดกันในงาน ประจวบเหมาะทิศดังกล่าวหันหน้าไปทางห้องสุขาพอดี  เจ้าภาพร้องลั่น ...ไม่เอา ไม่เอา 

* เพื่อความเป็นสิริมงคล หรือ ความขลัง ให้เลือกคนถือพานขันหมากที่เป็นสาวพรมจรรย์ สาวบริสุทธิ์ หญิงที่ไม่มีรอบเดือน หรือไม่ก็เป็นคู่สามีภรรยาที่ดี ไม่มีคู่ซ้อน  มีลูกหลานดีๆ  

* เจอมาหลายคนละ  ที่ไปหาพระชื่อดังเขาเล่าว่าดูฤกษ์เก่งมาก  พระท่านว่า "คู่นี้ไม่มีฤกษ์แต่งงาน แต่ให้แก้เคล็ดด้วยการจัดพิธีอื่นๆ ได้แต่ไม่ให้มีขันหมาก" ใครไปดูก็จะทำนายเหมือนๆ กัน คือ ไม่มีฤกษ์แต่งงาน  ธรรมเนียมไทยเขาให้ความสำคัญกับขันหมาก มักจะพูดกันเสมอว่า ถ้ารักลูกสาวฉัน ก็ให้นำขันหมากมาสู่ขอให้ครบถ้วนถูกต้อง ไม่มีขันหมากมาก็ไม่ต้่องแต่ง  ประมาณนี้   มันคือหน้าตาของครอบครัว...ถ้าไม่เชื่อพระ  กลัวบาป  แต่ในใจก็อยากให้มีขันหมาก  เริ่มเครียด  ขันหมากเป็นแค่องค์ประกอบทำให้งานสมบูรณ์ มันเกี่ยวไรกับชีวิตคู่ ???เจ้าคะ...พระคุณเจ้า

 

ปีชง   เป็นพระเอกที่ต้องมาคู่กับการดูฤกษ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซะด้วย

สังคมคนจีน ยังคงให้ความสำคัญ กับ "ปีชง" ทั้งๆ ที่ไม่รู้ความหมายและไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้   "กลัว" จนจิตตก เรื่องนี้แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลนะคะ ห้ามกันไม่ได้ ดิฉันเองก็ลูกคนจีนค่ะ พ่อเป็นจีน 100% เป็นซินแสค่ะ แต่กลับไม่เคยกลัว "ปีชง"  เพราะพ่อบอกว่าไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิต ทำดี พูดดี คิดดี ชีวิตก็ดีไม่มีปีชงแน่นอน  ตำราจีนที่แท้จริงมีแค่ชงปีกับนักษัตรเดียวเท่านั้น เช่น ปีนี้เป็นปีมะเส็ง ก็จะชงกับคนปีกุน สมัยนี้เขาเรียก "ชงพาณิชย์" นอกจากชงปีตรงๆ แล้วยังแถม ชงปีข้างเคียง ชงปีร่วม สารพัดจะชง เพียงเพื่อสร้างกระแสและสร้างรายได้???   

ปีชง   "ชง" คือการเผชิญหน้ากัน (face to face)  พูดง่ายๆ  การปะทะกัน ไม่มีผลกระทบถ้าคุณไม่ประมาท ใครเจอปีชงให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี นั่นคือการให้คุณได้มีสติเตือนตนไม่ประมาทคิดให้รอบคอบก่อนทำ ระมัดระวังมากขึ้นไปไหว้เจ้าสะเดาะห์เคราะห์ขอพร พกเครื่องลางของขลัง เพื่อความสบายใจ..  สิ่งเกิดขึ้นกับตัวดิฉันจัดงานมาก็เยอะ เจอปีชง คนชงมาก็ไม่น้อย  แต่กลับมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เพราะอะไร?  เพราะงานที่ทำเป็นเรื่องมงคล มีแต่สิ่งดีดี ทำให้คนอื่นมีความสุข อย่างที่พ่อสอนไว้ "ทำดี พูดดี คิดดี"   ยิ่งชง...ยิ่งเฮง  

 

มีข้อกังวลจากเจ้าภาพเรื่อง"ปีชง"

* มักจะมีคำถามเกี่ยวกับปีชงบ่อยมากๆ  เช่น  ทีมงานมีกี่คน แต่ละคนเกิดปีอะไร พอเราตอบไป  ก็บอกขอโทรถามซินแสก่อนว่าได้มั้ย    จัดเองเถอะพ่อคุณ แม่คุณ  หรือไม่ก็ให้ซินแสมาจัดให้้ล่ะกันนะ ถ้าเครียดกันขนาดนี้

* บางรายหนักสุด ๆ ให้แจ้งทางโรงแรมว่า พนักงานคนไหนปีชงห้ามเข้างาน  ...คุณจัดงานที่โรงแรม ไม่มีสิทธิ์เลือกพนักงานบริการนะคะ 

แต่ที่สำคัญ  เจ้าภาพไม่เคยถามซินแสที่ดูฤกษ์ว่า "ซินแสปีอะไร  ชงหรือไม่" ซินแสมีหน้าที่ดูฤกษ์ให้คุณ  คนจัดงาน หรือจ้าวพิธีก็มีหน้าที่จัดงานให้คุณเช่นกัน  เหมือนซินแสนั่นแหละ ...จะไปข้องเกี่ยวกับปีชงของเจ้าภาพได้อย่างไร เพราะเราไม่ใช่คนในครอบครัว

 

ข้อแนะนำ  สำหรับคนปีชงที่มักจะเจอซินแสห้ามไปงานแต่งงาน  ไปเถอะค่ะคุณ งานมงคลมีแต่สิ่งสวยงาม มีแต่คนพูดจาทักทายแต่เรื่องดีดี มีรอยยิ้ม มีความสุข การไปร่วมงานแสดงความยินดีบ่อยๆ เป็นสร้างภูมิคุ้มกันปีชงได้อย่างดี   แต่จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการไปเยี่ยมคนป่วย หรือ ไปร่วมงานศพนะคะ  เพราะไปแล้วทำให้เราทุกข์ใจ   สรุปว่า "ไปที่ไหนมีความสุข  สุขใจก็ไป   ไปที่ไหนแล้วมันจะไม่สบายใจ   ทุกข์ใจก็งด"

 

เขาว่ามา  / บุคคลที่ 3 ผู้หวังดีไม่ประสงค์เอ่ยนาม

ทุกครอบครัว  เมื่อมีการเตรียมงาน ใกล้ถึงวันจัดงาน  ยิ่งเครียด  เพราะ คนโน้นว่าทำแบบนี้  คนนั้นว่าทำแบบนี้  พอหลายคำแนะนำก็เริ่มสับสนไม่รู้จะฟังใครดี อาอี๊ อาโกว อาแปะ เขาว่ามา  เขาบอกมาทั้งนั้น ให้คิดซะว่าแต่ละคนเขาก็หวังดีอยากช่วยงานคุณ เราในฐานะเจ้าภาพก็รับฟังไว้เพื่อมารยาท  แล้วค่อยนำมาปรึกษาผู้รู้ หรือ "แม่งาน" ที่เข้าใจในการจัดเตรียมงาน  ได้คำแนะนำที่ดี เพราะวันงานหากคุณปล่อยให้หลายๆ คน เข้ามามีบทบาทผู้กำกับเยอะไป งานก็จะเริ่มรวนเพราะต่างฝ่ายต่างทะเลาะกันเองไม่รู้จะฟังใครดี ทำเอางานแทบล่ม หลักง่ายๆ  ในวันงานปฏิบัติตามคำแนะนำของคนรันพิธีคนเดียวค่ะ  คุณจ้างใครมาก็ตามเลือกคนที่คุณไว้ใจและทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี   งานก็ราบรื่นค่ะ

 

คำแนะนำจาก "แม่งาน"

ข้อแนะนำที่ควรปฎิบัติและที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการเตรียมงานของคุณง่ายขึ้นและงานราบรื่นไม่ติดขัด  เพราะงานทุกงานไม่มีคำว่า "เป้ะ" ตราบใดที่เราต้องทำงานร่วมกันคนอื่นๆ ไม่ได้มีเฉพาะคน 2 คน ดังนั้นการเตรียมตัวและเตรียมพร้อมยอมรับกับสถานการณ์หน้างานจึงมีความสำคัญเช่นกัน  งานอาจจะไม่ได้ดั่งใจ 100% ผลกระทบจากองค์ประกอบต่างๆ  เช่น ไม่ทันฤกษ์ เจ้าภาพไม่พร้อม ประธานยังไม่มา  เจ้าสาวแต่งตัวไม่เสร็จ ฯลฯ  หรือจากวงศาคณาญาติรอบตัว เราต้องมั่นใจไว้วางใจบุคคลที่มาจัดงานพิธีให้ค่ะ  ในที่สุดงานก็จบไปด้วยดี  วันมงคลจดจำแต่เรื่องดีดี ก็มีความสุขแล้วค่ะ

 

ข้อควรปฏิบัติ

**  ได้ฤกษ์มาแล้ว  อันดับแรกคือต้องหา คนจัดงานพิธีค่ะ  ขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ที่เคยจัดงานมาแล้ว หรือ ญาติๆ ที่เคยไปงาน เขาเหล่านี้มีประสบการณ์และเห็นการทำงานมาแล้ว ทำให้ตัดสินใจเลือกใช้บริการง่ายขึ้น  ต้องให้ความไว้วางใจในการทำงาน จะรู้ได้ไงว่าเขาทำงานแบบไหน ไว้ใจได้หรือไม่ ต้องนัดคุยกันค่ะ ทุกคำแนะนำของ "คนจัดพิธี" ทำให้คุณตัดสินใจไม่พลาด

**  หาสถานที่จัดงาน ในทำเลที่เหมาะสม ขนาดห้องที่รองรับจำนวนผู้ร่วมงานได้พอเหมาะ ไม่เล็กมากหรือใหญ่มากเกินไป

**  เตรียมหาช่างภาพฝีมือดี มืออาชีพมีให้เลือกมากมาย  อย่ารบกวนเพื่อนๆ มาเป็นช่างภาพเพียงเพราะเขาถ่ายรูปเป็น  ช่างภาพส่วนใหญ่เขามีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภาพออกมาสวยงามถูกใจ

**  ก่อนวันงาน Check list รายการที่ต้องเตรียมให้พร้อม แล้วเก็บเข้าที่พร้อมติดตัวไปงานนะคะ   หลายรายเมื่อเช็คแล้วเช็คอีก พอถึงหน้างานจะเตรียมขบวนฯ อ้าว ลืมรองเท้า ถุงเท้า เสื้อผ้า  ที่หนักสุดลืม สินสอด  ลืมแหวน

**  การมอบหมายงาน หน้าที่ต่างๆ  ให้ญาติก็ดี เพื่อนก็ดี เตรียมไว้แค่ 2-3 คน ก็พอค่ะ มากคน มากความ ดูวุ่นวาย

**  เรื่องสุดท้าย สำคัญมากๆ  ควรให้พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นการให้เกียรติท่านทั้ง 2 ฝ่าย การจัดงานมงคลเป็นการจัดงานเพื่อให้เกียรติพ่อแม่และวงศ์ตระกูล มีอะไรต้องปรึกษาหารือกันบ่อยๆ  บางงานจัดงานด้วยตัวเองพ่อแม่ไม่ต้องยุ่ง  ไม่ได้คำนึงถึงพ่อแม่ ไม่เคยปรึกษาพ่อแม่  พอถึงวันงาน พ่อแม่ 2 ฝ่าย ไม่คุยกัน ไม่รู้จักกัน นั่งคนละมุม มุมแดง มุมน้ำเงิน 

 

ข้อควรหลีกเลี่ยง

**  การดำเนินพิธี  ให้เป็นหน้าที่ของ "คนจัดงานพิธี" นะคะ  ไม่ควรทำสคริปส์กันเอง คุณเป็นคู่บ่าวสาวในวันงานไม่สามารถมายืนกำกับใครให้ทำตามคุณ  บางคนเอางานเพื่อนมาเป็นแบบอย่าง หรือ ดู VDO หลายๆ งาน เริ่มสับสนทำไม่ไม่เหมือนกัน ทำไมอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้ คุณต้องลบข้อมูลเหล่านั้นออกไปอย่านำมาใส่สมองเดี๋ยวจะงงๆ  เอาเฉพาะข้อมูลงานของคุณมาให้ "คนจัดพิธี" บริหารเวลาและลำดับขั้นตอนให้ก็พอ เพราะการจัดงานของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน 100%  ไหนๆ ก็เลือก "คนจัดพิธี" มาแล้วก็ต้องยกหน้าที่ให้เขาทำ  

**  งานพิธีจีนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องคนปีชงมาร่วมงาน  เจ้าภาพไม่ต้องกังวลมากเกินไป ในเมื่อเราแจกการ์ดเชิญให้เขามาก็ควรให้เกียรติกัน อย่าถึงกับเชิญเขาออกจากงานหรือให้กลับไปนะคะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับบางคน ถึงขั้นโยนการ์ดทิ้งถังขยะ อวยพรด้วยความโกรธเป็นกระบุงจนเจ้าภาพถึงกับหน้าซีดไปเลย

** เถ้าแก่ มี หรือ ไม่มีก็ได้  "เถ้าแก่" ทำหน้าที่แทนพ่อ แม่ ในการเจรจาสู่ขอ บุคคลที่เหมาะสมควรมีทักษะในการพูด อายุอานามก็ควรไล่เลี่ยกับพ่อแม่  ไม่เน้นอายุมากนะคะ  ไม่เน้นคนแก่มาก ๆ  เพราะบางคนเอาเคล็ดจะได้อายุยืน  จริงๆ แล้วคนแก่มาก ๆ หูตาก็ไม่ค่อยดี ความคล่องตัวก็ไม่มีต้องคอยพยุง คอยเข็นรถ หรือ มีพยาบาลพี่เลี้ยงนั่งข้างๆ ไม่ควรค่ะ  คนที่เป็นเถ้าแก่นอกจากมีทักษะในการพูดที่ดี ต้องมีบุคลิกดีด้วยค่ะ  ภาพส่วนใหญ่บนเวทีนอกเหนือจากคู่บ่าวสาวแล้ว มีพ่อแม่รวมถึงเถ้าแก่ด้วย

 

บทสรุป

ปัจจุบัน ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป  การดูดวง ดูฤกษ์ ก็ต้องปรับไปด้วยเช่นกัน  หากคนในครอบครัวพ่อแม่เชื่อ  ลูกไม่เชื่อ ก็จะเกิดความขัดแย้งกัน  ลองหันหน้ามาปรึกษาคุยกันด้วยเหตุและผล  อันไหนควรเชื่อ อันไหนควรยืดหยุ่น  พ่อแม่ทุกคนก็ปรารถนาดีอยากให้ลูกได้ดีเลยยอมเชื่อคำทำนาย  ส่วนตัวลูกเองก็ต้องยอมรับความปรารถนาดีจากท่านไว้เบื้องต้น   เชื่อ...แต่ (ขอนิดนึงนะพ่อ  ขอนิดนึงนะแม่)  เมื่อพ่อ แม่ ลูก ปรับความเข้าใจกันแล้ว ความสบายใจก็มาแทนที่ความขัดแย้งทันที ...ลองดูนะคะ   "แม่งาน"  เอาใจช่วยค่ะ